ข่าวฟุตบอล

แมนฯ ซิตี้ อีกหนึ่งทีมหน้าใหม่ต้องคำสาปนัดชิงเจ้ายุโรป – FEATURE

หมายมั่นปั้นมือหวังจะยึดบัลลังก์ “เจ้าสโมสรยุโรป” ให้ได้เป็นครั้งแรกในหน้าประวัติศาตร์ จึงได้หว่านเงินลงทุนสร้างทีมไปเป็นจำนวนมหาศาล และได้ผ่านเข้าถึงนัดชิงเป็นหนแรกเสียที หลังจากรอคอยมานานถึงหนึ่งทศวรรษแล้ว นับตั้งแต่ที่ได้ประเดิมเข้าร่วมฟาดแข้งในถ้วยใบใหญ่ที่สุดของทวีปเมื่อปี 2011 แต่สุดท้าย “เรือใบสีฟ้า” แมนฯ ซิตี้ ทีมมหาเศรษฐีแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ กลับไปไม่ถึงฝั่งฝันเหมือนที่ตั้งใจเอาไว้มานานแล้ว เพราะพลาดท่าแพ้ให้กับ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ทีมคู่แข่งร่วมชาติเดียวกัน 0-1 ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบชิงชนะเลิศ ไปแบบน่าเสียดายเหลือเกิน

Thomas Tuchel, Pep Guardiola

ทำให้ แมนฯ ซิตี้ ได้จารึกชื่อเป็นอีกหนึ่งทีมหน้าใหม่ที่ต้องคำสาปในนัดชิง “เจ้าสโมสรยุโรป” หลังจารึกชื่อเป็นทีมที่ 8 ที่ได้ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศในถ้วยใบใหญ่สุดของทวีปได้เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ปรับรูปแบบการแข่งขันจาก ยูโรเปี้ยน คัพ มาเป็นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เหมือนอย่างในปัจจุบันเมื่อปี 1992 เป็นต้นมา แต่ไม่สามารถคว้าแชมป์ได้เหมือนอย่างที่หวังเอาไว้ เพราะทำได้ดีที่สุดเพียงแค่รองแชมป์เหมือนอย่างอีก 7 ทีมรุ่นพี่ที่เคยผ่านประสบการณ์มาก่อนดังต่อไปนี้เลย

บาเลนเซีย ในปี 2000

Steve McManaman, Ivan Campo

เริ่มจากทีมแรก นั่นก็คือ “ค้างคาวไฟ” บาเลนเซีย ทีมดังจากสเปน แม้จะทะลุผ่านเข้าถึงนัดชิงยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ได้เป็นครั้งแรกในปี 2000 แต่กลับไปไม่ถึงฝั่งฝันจากการพลาดท่าแพ้ เรอัล มาดริด ทีมคู่แข่งร่วมชาติเดียวกันไปแบบขาดลอย 0-3 เลยทีเดียว

ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ในปี 2002

Zinedine Zidane of Real Madrid and Michael Ballack of Bayer Leverkusen

ส่วนทีมที่ 2 ได้แก่ “ห้างขายยา” ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ทีมดังจากเยอรมนี ซึ่งตบเท้าเข้าถึงนัดชิงเจ้ายุโรปได้เป็นครั้งแรกในปี 2002 แบบสุดเซอร์ไพรส์ แต่สุดท้ายได้เพียงแค่รองแชมป์เท่านั้น เพราะพลาดท่าแพ้ เรอัล มาดริด ทีมยักษ์ใหญ่จากสเปน แบบหวุดหวิด 1-2 นั่นเอง

โมนาโก ในปี 2004

Fernando Morientes

ไปต่อกันด้วยทีมที่ 3 นั่นก็คือ โมนาโก ทีมแกร่งจากฝรั่งเศส ซึ่งทะลุเข้าถึงนัดชิงเจ้ายุโรปได้เป็นครั้งแรกในปี 2004 แต่ต้องพบกับความผิดหวังในช่วงบั้นปลาย เพราะพลาดท่าแพ้ ปอร์โต้ ทีมยักษ์ใหญ่จากโปรตุเกสแบบยับเยินถึง 0-3

อาร์เซนอล ในปี 2006

Juliano Belletti

สำหรับทีมที่ 4 คือ “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล ทีมดังแห่งเกาะอังกฤษ ซึ่งไปได้ไกลถึงนัดชิงเป็นครั้งแรกในปี 2006 แต่สุดท้ายได้เพียงรองแชมป์เท่านั้น เพราะว่าพบกับความปราชัยให้กับ “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า ทีมยักษ์ใหญ่จากสเปนแบบเฉียดฉิว 1-2

เชลซี ในปี 2008

Frank Lampard, Owen Hargreaves

ตามมาด้วยทีมที่ 5 นั่นก็คือ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี อีกหนึ่งทีมดังจากเกาะอังกฤษ ซึ่งก้าวเท้าไปถึงนัดชิงเป็นครั้งแรกในปี 2008 แต่โดน “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมคู่ปรับจากชาติเดียวกันดับฝันในท้ายที่สุด หลังเสมอกันจนถึงตอนต่อเวลาพิเศษครบ 120 นาที 1-1 จึงต้องดวลจุดโทษตัดสินเพื่อตามผู้ชนะ และเป็นฝ่ายแพ้แบบหืดจับเหลือเกิน ก่อนจะกลับมายึดบัลลังก์ “เจ้ายุโรป” สมัยแรกได้ในปี 2012 และต่อยอดเป็นสมัยที่ 2 ในปี 2021

สเปอร์ส ในปี 2019

Fabinho, Lucas Moura

ส่วนทีมที่ 6 เป็นอีกทีมดังจากเกาะอังกฤษ นั่นก็คือ “ไก่เดือยทอง” สเปอร์ส ซึ่งทะยานเข้าถึงนัดชิงได้เป็นครั้งแรกในปี 2019 แต่โดนดับฝันโดย “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ทีมคู่แข่งจากชาติเดียวกัน เพราะเป็นฝ่ายพลาดท่าแพ้ 0-2

ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ในปี 2020

Neymar

ต่อกันด้วยทีมที่ 7 “เปแอสเช” ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ทีมมหาเศรษฐีจากฝรั่งเศส ซึ่งได้ทุ่มเงินสร้างทีมเป็นเงินจำนวนมหาศาลมานานหลายปีแล้ว เพื่อจะได้ก้าวเท้าขึ้นไปยึด “เจ้ายุโรป” ให้ได้เสียที และได้ผ่านเข้าถึงนัดชิงในปี 2020 แต่ต้องเป็นฝ่ายปราชัยให้กับ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค ทีมมหาอำนาจลูกหนังจากเยอรมนี 0-1

แมนฯ ซิตี้ ในปี 2021

Pep Guardiola

ปิดท้ายด้วยทีมที่ 8 นั่นก็คือ “เรือใบสีฟ้า” แมนฯ ซิตี้ เป็นทีมหน้าใหม่ที่ต้องคำสาปในนัดชิง “เจ้าสโมสรยุโรป” รายล่าสุด เพราะแพ้ในนัดชิงให้กับ เชลซี ด้วยสกอร์ 0-1 นั่นเอง

Click to comment

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Most Popular

To Top