ข่าวฟุตบอล

จอร์จินโญ่ แข้งยอดเยี่ยม ยูฟ่า พร้อมท้าชิง บัลลงดอร์ – FEATURE

เป็นอีกหนึ่งนักเตะที่โชว์ฟอร์มในช่วงตลอดฤดูกาล 2020/2021 ได้อย่างโดดเด่น และประสบความสำเร็จจากการคว้าแชมป์ 2 รายการใหญ่ในระดับสโมสร และในระดับทีมชาติอีกด้วย ทำให้ จอร์จินโญ่ กองกลางทีมชาติอิตาลีของ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ได้รับเลือกจาก สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป หรือ ยูฟ่า ซึ่งเป็นองค์กรลูกหนังที่ใหญ่ที่สุดในทวีปให้คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของยูฟ่าเป็นคนล่าสุดไปเลย โดยได้รับเสียงโหวตเหนือกว่าอีก 2 ผู้ท้าชิงที่ติดโผ 3 คนสุดท้าย นั่นก็คือ เควิน เดอ บรอยน์ กองกลางทีมชาติเบลเยี่ยมของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ รวมถึง เอ็นโกโล่ ก็องเต้ มิดฟิลด์ทีมชาติฝรั่งเศส ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมทีมต้นสังกัดเดียวกันนั่นเอง

Jorginho

แม้จะไม่ใช่นักเตะในเกมรุกที่มักจะได้รับการยกย่องมากกว่าผู้เล่นในเกมรับอยู่แล้ว แต่ด้วยฝีเท้าที่ยอดเยี่ยมตามแบบฉบับของมิดฟิลด์ตัวรับที่พร้อมทำหน้าที่ “ปิดทองหลังพระ” ด้วยการวิ่งไล่ตัดบอลจากเท้าของคู่แข่งในสนาม และพร้อมวางบอลไปข้างหน้า เพื่อเซตเกมให้เพื่อนร่วมทีมทำเกมบุกขึ้นไปลุ้นยิงประตูได้อยู่เป็นประจำ ทำให้ จอร์จินโญ่ ได้รับการยกย่องให้เป็นกองกลางที่อ่านเกมได้แบบเฉียบขาด จึงสามารถจ่ายบอลได้อย่างแม่นยำ โดยเฉพาะในจังหวะเล่นเกมสวนกลับเร็วที่ช่วยให้ทีมได้ประโยชน์จากตรงจุดนี้มากๆ เลยด้วย

ถ้าจะว่าไปแล้ว จอร์จินโญ่ ไม่ได้ถือกำเนิดบนทวีปยุโรปเสียด้วยซ้ำ เพราะลืมตาดูโลกบนทวีปอเมริกาใต้ที่เมืองอิมบิตูบ้าในประเทศบราซิลเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม ปี ค.ศ. 1991 จึงมีสายเลือดเป็นชาวบราซิเลียนแบบ 100% เลยด้วย แต่กลับไม่เคยเข้ารับการฝึกฝนฝีเท้ากับทีมลูกหนังในบ้านเกิดบนดินแดนละติน และได้ตัดสินใจย้ายไปลงหลักปักฐานที่ประเทศอิตาลีตั้งแต่ตอนที่เป็นเด็กหนุ่มด้วยวัยเพียง 15 ปีเท่านั้น เพราะมีคุณทวดปักหลักถิ่นฐานเป็นชาวเมืองมะกะโรนีอยู่ก่อนแล้วนั่นเอง

SOCCER-WORLD CUP-1994-ROM-COL

ทำให้ จอร์จินโญ่ ได้เริ่มฝึกฝนวิชาลูกหนังในประเทศอิตาลีเป็นครั้งแรก โดยเริ่มจากการเป็นนักเตะฝึกหัดในทีมเยาวชนของ เวโรน่า และมี จอร์จี้ ฮาจี้ ตำนานกองกลางทีมชาติโรมาเนียในช่วงทศวรรษ 90 เป็นนักเตะในดวงใจ จึงตัดสินใจเลือกเล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ตามรอยเท้าของไอดอลที่เต็มเปี่ยมไปด้วยทักษะการจ่ายบอลได้แบบเฉียบขาด และมีทีเด็ดจากการยิงประตูจากลูกเซตพีช ไม่ว่าจะเป็นลูกฟรีคิก รวมถึงลูกจุดโทษได้อย่างแม่นยำอีกด้วย จึงได้รับสมญานามจากเพื่อนร่วมทีมเยาวชนว่า “ฮาจินโญ่” ไปเลย

หลังจากนั้น จอร์จินโญ่ ได้เซ็นสัญญาเป็นนักเตะอาชีพกับ เวโรน่า ในปี 2010 เพื่อเริ่มต้นเส้นทางค้าแข้งแบบเต็มตัว แม้จะถูกปล่อยให้ย้ายร่วมทัพ แซมโบนิฟาซีเซ่ แบบยืมตัวทันทีเลย แต่สามารถฉายแววเด่นจากการลงสนามแบบต่อเนื่องเลย จึงได้กลับมายึดตำแหน่งตัวจริงของทีมต้นสังกัดแรกในชีวิตระหว่างปี 2011-2014 และได้ย้ายไปโชว์ฝีเท้าให้กับสโมสรที่ใหญ่กว่า โดยย้ายไปเป็นสมาชิกใหม่ของ นาโปลี ในปี 2014 และกลายเป็นนักเตะคู่บุญของกุนซือ เมาริซิโอ ซาร์รี่ อีกด้วย เพราะว่าทั้งคู่เคยมีส่วนสำคัญที่ช่วยให้ นาโปลี ได้ลุ้นคว้าแชมป์กัลโช่ เซเรีย อา หลายฤดูกาลเลย แต่สุดท้ายทำได้ดีที่สุดเพียงแค่สวมบท “พระรอง” ในตำแหน่งรองแชมป์จากการพลาดท่าเสียทีให้กับ ยูเวนตุส ตลอดเลยนั่นเอง

UEFA Europa League"Chelsea FC v Arsenal FC"

เมื่อเข้าสู่ปี 2018 จอร์จินโญ่ ได้ย้ายไปค้าแข้งกับ เชลซี ด้วยค่าตัวสูงถึง 50 ล้านปอนด์ ซึ่งยังคงเป็นเจ้าของสถิตินักเตะชาวอิตาเลียนที่มีค่าตัวแพงที่สุดอีกด้วย โดยเป็นการย้ายตามกุนซือ ซาร์รี่ เจ้านายของเขาที่ได้ไปสวมบทเป็นนายใหญ่แห่งถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ นั่นเอง และกลายเป็นตัวหลักในแดนกลางของทัพลูกหนัง “สิงโตน้ำเงินคราม” จนถึงปัจจุบัน โดยได้พบกับความสำเร็จในเกมสโมสรยุโรปจากการชูถ้วยแชมป์ระดับทวีปได้ถึง 2 รายการเลยด้วย ได้แก่ แชมป์ยูฟ่า ยูโรปาลีก เมื่อฤดูกาล 2019/2020 รวมถึงถ้วยใบใหญ่สุด นั่นก็คือ แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ประจำฤดูกาล 2020/2021 อีกด้วย

นอกจากจะได้สัมผัสตำแหน่ง “เจ้าสโมสรยุโรป” ไปแล้ว ในปี 2021 ยังถือว่าเป็นปีทองของ จอร์จินโญ่ อย่างแท้จริง เพราะประสบความสำเร็จในเกมระดับชาติจากการยึดตำแหน่ง “เจ้ายุโรป” ร่วมกับทัพลูกหนังทีมชาติอิตาลีชุด แชมป์ยูโร 2020 นั่นเอง โดยเป็นขุมกำลังสำคัญในแดนกลางที่ได้ลงสนามเป็นตัวจริงครบทั้ง 7 เกมตั้งแต่นัดแรกของรอบแบ่งกลุ่มจนถึงรอบชิงชนะเลิศเลยด้วย แม้จะเป็นชาวบราซิเลียนโดยกำเนิด และสามารถรับใช้ทีมชาติบราซิลตามถิ่นเกิดได้อยู่แล้ว

Jorginho

แต่มิดฟิลด์วัย 29 ปีได้ตัดสินใจลงสนามรับใช้ทัพลูกหนัง “อัซซูรี่” ในช่วงหลังจากที่ได้รับสัญชาติให้เป็นชาวอิตาเลียนมาตั้งแต่ปี 2016 ตามเงื่อนไขที่ว่าได้อยู่ใช้ชีวิตในเมืองมะกะโรนีนานเกิน 5 ปี และมีบรรพบุรุษเป็นชาวอิตาเลียนอยู่แล้วด้วย จึงได้กอดคอ เอแมร์ซอน พัลมิเอรี่ เพื่อนร่วมทีมชาติอิตาลีจาก เชลซี ร่วมกันจารึกชื่อเป็นนักเตะชาวบราซิเลียนคนที่ 3 และคนที่ 4 ที่ได้โอนสัญชาติเพื่อไปสัมผัสแชมป์ยูโรต่อจากคนแรก นั่นก็คือ มาร์กอส เซนน่า อดีตกองกลางทีมชาติสเปนชุดแชมป์ยูโร 2008 และ เปเป้ กองหลังทีมชาติโปรตุเกสชุดแชมป์ 2016 เป็นคนที่ 2 นั่นเอง

ทำให้ จอร์จินโญ่ มีโอกาสลุ้นคว้ารางวัลลูกฟุตบอลทองคำ หรือที่เรียกกันว่า “บัลลงดอร์” ซึ่งถือว่าเป็นรางวัลใหญ่ใหญ่ที่สุดเลยด้วย และจะมีการประกาศรายชื่อของพ่อค้าแข้งที่ได้รับเลือกให้คว้าตำแหน่งนักฟุตบอลยอดเยี่ยมของทวีปยุโรปประจำปี 2021 เพียงแค่คนเดียวในช่วงปลายปีนี้นั้นเอง โดยกองกลางทีมชาติอิตาลีได้รับการยกให้เป็นหนึ่งในผู้ท้าชิงอันดับต้นๆ ด้วยเช่นกัน เพราะมีศักดิ์ศรีเป็นถึงเจ้าของรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของยูฟ่าคนล่าสุดนั่นเอง

Click to comment

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Most Popular

To Top