ข่าวฟุตบอล

การเปลี่ยนแปลงอันเป็นนิรันดร์: กรณี โรมัน อบราโมวิช ลา เชลซี

การอำลาทีมของ โรมัน อบราโมวิช (55 ปี) สร้างความตกใจ และไม่ตกใจให้กับวงการฟุตบอล โดยเฉพาะแฟนบอลเชลซี ที่หลายคนยังคงรู้สึกใจหายกับการตัดสินใจครั้งนี้ของ “เสี่ยหมี” ที่ทำให้ “เชลซี” กลายเป็น “เชลซี” ในแบบทุกวันนี้

ย้อนไปในช่วงกลางทศวรรษที่ 90 เชลซี ยังคงเป็นทีมกลางตารางที่พยายามยกระดับทีมให้ขึ้นมาสู่ทีมแถวหน้าของพรีเมียร์ ลีก ภายใต้การดูแลของ เคน เบตส์ พวกเขาอาจไม่ใช่สโมสรแรกที่ “นำเข้า” นักเตะต่างชาติเข้ามาสู่ พรีเมียร์ ลีก แต่พวกเขากลายเป็นภาพจำของวงการฟุตบอลหน้าหนึ่งกับการตบเท้าเข้ามาของสตาร์ระดับชั้นนำอย่าง รุด กุลลิท, จานลูก้า วิอัลลี่, จานฟรังโก้ โซล่า, ฟรองค์ เลอเบิฟ หรือ มาร์กแซล เดอไซญี่ และอีกหลายต่อหลายคน พวกเขาสร้างชื่อได้อย่างน่าสนใจ เชลซี กลายเป็นทีมที่น่าติดตามมากขึ้นเรื่อย ๆ การคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ หรือว่า คัพ วินเนอร์ส คัพ เป็นเรื่องน่าชื่นชม แต่มันยังคง “ไปไม่สุด” เมื่อพวกเขาไม่สามารถคว้าแชมป์ พรีเมียร์ ลีก ได้สักครั้ง

จนกระทั่ง โรมัน อบราโมวิช ก้าวเข้ามาสู่ทีม ก้าวเข้ามาสู่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป

Roman Abramovich To Buy  Chelsea

ทีมฟุตบอล ที่เจ้าของทีมก็ต้องมีใจรักฟุตบอล ฟุตบอลที่เป็นเพียงกีฬา มุมมองเปลี่ยนไป เมื่อ อบราโมวิช ก้าวเข้ามาพร้อมกับเงินมหาศาล ในฐานะอภิมหาเศรษฐีผู้มั่งคั่ง เขาใช้เวลาไม่นานในการเจรจาขอซื้อทีม และก็ได้มันมาครอบครองด้วยเงิน 146 ล้านปอนด์ ในปี 2003 ยุคที่นักเตะที่แพงที่สุดในโลก อย่าง ซีเนอดีน ซีดาน ยังคงถูกประเมินมูลค่าที่อยู่ประมาณ 50 ล้านปอนด์เท่านั้น

ทีมฟุตบอล ที่เจ้าของทีมก็ต้องมีใจรักฟุตบอล ฟุตบอลที่เป็นเพียงกีฬา มุมมองเปลี่ยนไป เมื่อ อบราโมวิช ก้าวเข้ามาพร้อมกับเงินมหาศาล ในฐานะอภิมหาเศรษฐีผู้มั่งคั่ง เขาใช้เวลาไม่นานในการเจรจาขอซื้อทีม และก็ได้มันมาครอบครองด้วยเงิน 146 ล้านปอนด์ ในปี 2003 ยุคที่นักเตะที่แพงที่สุดในโลก อย่าง ซีเนอดีน ซีดาน ยังคงถูกประเมินมูลค่าที่อยู่ประมาณ 50 ล้านปอนด์เท่านั้น

““I do believe this is in the best interest of the club.””- โรมัน อบราโมวิช

การประกาศอำลาทีมที่สร้างมายาวนาน 19 ปี จะส่งผลกระทบหรือไม่กับวงการฟุตบอล ต้องบอกว่าแน่นอนว่าจะต้องมีบ้าง อย่างน้อย อบราโมวิช ก็เป็นคนแรกของวงการนี้ ชื่อของเขาจะอยู่ในความทรงจำ และฐานข้อมูลของ พรีเมียร์ ลีก ตลอดไป แต่มุมมองของในวงการฟุตบอล การจากไปของ โรมัน ก็ไม่ต่างจาก คนรวยคนหนึ่งตัดสินใจอำลาธุรกิจนี้ เพื่อจะไปทำอย่างอื่นต่อไปในอนาคต ซึ่งเรายังไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ตรงข้ามกับแฟนบอล เชลซี ที่ต้องมีความกังวลไม่มากก็น้อยกับการเปลี่ยนแปลงนี้ เพราะทุกการเปลี่ยนแปลง มีทั้งด้านดี และด้านร้าย แฝงอยู่เสมอ 

แนวคิดการลงทุนของ อบราโมวิช แพสชั่นในการอยากเห็น สิงโตน้ำเงินครามของเขา คำรามไปทั่วยุโรป และวงการโลก ทำให้ เชลซี มีวันนี้ได้อย่างภาคภูมิ มีวันนี้ที่พวกเขาคือสโมสรแถวหน้าของ พรีเมียร์ ลีก และโลกฟุตบอล และทีมที่ประสบความสำเร็จสูงที่สุดในกรุงลอนดอน เมืองที่มีสโมสรฟุตบอลอาชีพจำนวนมากกว่า 10 สโมสรปักหลักอยู่ที่นี่ ไม่ว่าจะเปลี่ยนแปลงผู้จัดการทีมมากแค่ไหน (15 คน) ทีมจะไม่ประสบความสำเร็จในฤดูกาลใด ตราบใดยังมี อบราโมวิช อยู่ มั่นใจได้เลยว่า เชลซี จะกลับมาได้อย่างแน่นอน และมันก็เป็นเช่นนั้นเรื่อยมา 

สื่อคาดว่า อบราโมวิช พร้อมขายหุ้นทั้งหมดของสโมสรแลกกับจำนวนเงิน 3,000 ล้านปอนด์ ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างสูงมากในยุคของสถานการณ์โลกทั้ง โรคระบาด และในภาวะความไม่สงบในยุโรป แม้จะมีข่าวว่ามีนักธุรกิจหลายคนสนใจก็ตามที แต่การซื้อขายในราคาจำนวนนี้ ไม่ง่ายอย่างแน่นอนที่จะจบลงในเวลาอันสั้น และเชื่อเหลือเกินว่า อบราโมวิช คงต้องมีการคุยหลายเรื่องเกี่ยวกับ “ฟุตบอล” นอกเหนือจากเรื่อง “เงิน” อย่างแน่นอน เพราะเมื่อคุณอยู่กับสิ่งใดมายาวนาน ความผูกพันย่อมต้องมีเป็นธรรมดาจะมากหรือน้อยเท่านั้น แต่ ณ เวลานี้ ทุกอย่างยังเป็นของ อบราโมวิช และรอคอยต่อไปว่าจะมีการยื่นข้อเสนอซื้ออย่างเป็นทางการเข้ามาเมื่อใด

เชลซี กำลังจะได้เจอกับช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญของพวกเขาอีกครั้ง แบบในวันที่ อบราโมวิช เข้ามา มาวันนี้เมื่อเขากำลังจะจากไป การเปลี่ยนแปลงก็ต้องเกิดขึ้นอีกครั้ง เพราะการเปลี่ยนแปลงอันเป็นนิรันดร์ 

หากเทียบกับ นิวคาสเซิ่ล ที่ต้องใช้คำว่า “ปลดแอก” จาก ไมค์ แอชลีย์ มาสู่สโมสรฟุตบอลที่รวยที่สุดในโลก เชลซี “ผู้มาก่อนกาล” ในยุคสมัยแรกเริ่มของระบบทุนนิยมก็ต้องใช้คำว่า “เปลี่ยนแผ่นดิน” ก็คงไม่ผิดนัก ที่เหลือก็รอดูว่าการเปลี่ยนแปลงนี้ จะนำมาซึ่งอะไรบ้างสำหรับพวกเขา

หลังจากนี้คือเครื่องหมายคำถามที่รอคำตอบ…โดยเฉพาะหัวใจคน “สิงโตน้ำเงินคราม” ทั่วโลก

Click to comment

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Most Popular

To Top